เติมน้ำยาแอร์บ้านราคาเท่าไหร่ น้ำยา R22, R32, R410A ต่างกันยังไง

btaskee
ผู้เขียนbtaskee
วันที่อัปเดต
เติมน้ำยาแอร์ ราคาเท่าไหร่ ดูค่าใช้จ่ายในการล้างแอร์

แอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ายอดนิยมอย่างหนึ่งในปัจจุบัน แต่เมื่อใช้งานแอร์ไปในระยะเวลาหนึ่ง การล้างแอร์และเติมน้ำยาแอร์ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ แล้วทำไมเราถึงจำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์ และการเติมน้ำยาแอร์ราคาเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในการล้างแอร์มีราคาเท่าไหร่ มาหาคำตอบในบทความนี้ของ bTaskee กัน

ค่าบริการเติมน้ำยาแอร์
ค่าบริการเติมน้ำยาแอร์

ทำไมเราต้องเติมน้ำยาแอร์

ต้องบอกก่อนว่า เครื่องปรับอากาศมีส่วนประกอบหลักที่ทำงานร่วมกัน 4 ส่วน ได้แก่

  • คอนเดนซิ่ง (Condensing): ส่วนสารทำความเย็นให้มีความดันและอุณหภูมิสูง

  • คอมเพรสเซอร์แอร์ (Compressor): ตัวระบายความร้อนออกสู่อากาศภายนอก ทำให้สารทำความเย็นควบแน่นเป็นของเหลว

  • อุปกรณ์ลดความดัน (เช่น แคปปิลลารีทิวบ์หรือเอ็กซ์แพนชันวาล์ว): ลดความดันและอุณหภูมิของสารทำความเย็นก่อนเข้าสู่คอยล์เย็น

  • อีวาโปเรเตอร์ (Evaporator): คอยล์เย็นภายในห้อง สารทำความเย็นดูดความร้อนจากอากาศในห้องแล้วระเหยเป็นก๊าซ ทำให้ลมที่เป่าออกมาเย็น

สารทำความเย็นหรือที่เรียกกันว่า "น้ำยาแอร์" หมุนเวียนอยู่ในระบบปิด เริ่มจากคอมเพรสเซอร์ซึ่งอยู่ในคอยล์ร้อนนอกอาคาร ดูดก๊าซความดันต่ำแล้วอัดเป็นก๊าซความดันสูง จากนั้นก๊าซไหลเข้าคอนเดนเซอร์เพื่อระบายความร้อนและกลายเป็นของเหลว แล้วผ่านอุปกรณ์ลดความดันไปยังอีวาโปเรเตอร์ ซึ่งสารทำความเย็นจะระเหยและดูดความร้อนจากห้อง ก่อนไหลกลับไปคอมเพรสเซอร์เพื่อเริ่มวงจรใหม่

การเติมน้ำยาแอร์จึงเป็นการเพิ่มปริมาณสารทำความเย็นที่หายไปจากระบบ ถ้าน้ำยาน้อยหรือหมด แอร์อาจไม่ทำงาน หรือทำงานแต่ไม่เย็นเหมือนเดิม และอาจกินไฟมากขึ้น

การเติมน้ำยาแอร์ จึงเป็นการเพิ่มปริมาณสารทำความเย็นให้กับเครื่องปรับอากาศ
การเติมน้ำยาแอร์ จึงเป็นการเพิ่มปริมาณสารทำความเย็นให้กับเครื่องปรับอากาศ

เครื่องปรับอากาศทำงานโดยใช้สารทำความเย็นหมุนเวียนในระบบปิด เริ่มจากคอมเพรสเซอร์ซึ่งอยู่ในคอยล์ร้อน (ภายนอกอาคาร) ทำหน้าที่ดูดสารทำความเย็นที่เป็นก๊าซความดันต่ำ แล้วอัดให้กลายเป็นก๊าซความดันสูงและอุณหภูมิสูง

จากนั้นก๊าซจะไหลเข้าสู่คอนเดนเซอร์ ซึ่งทำหน้าที่ระบายความร้อนออกสู่อากาศภายนอก ทำให้สารทำความเย็นควบแน่นกลายเป็นของเหลวความดันสูง

ของเหลวนี้จะไหลผ่านอุปกรณ์ลดความดัน (เช่น แคปปิลลารีทิวบ์หรือเอ็กซ์แพนชันวาล์ว) เพื่อลดความดันและอุณหภูมิลง ก่อนส่งไปยังอีวาโปเรเตอร์หรือคอยล์เย็นภายในอาคาร ที่นี่สารทำความเย็นจะดูดซับความร้อนจากอากาศในห้องแล้วระเหยกลายเป็นก๊าซ ทำให้อากาศที่พัดผ่านคอยล์เย็นลง และถูกเป่าออกมาเป็นลมเย็นนั่นเอง จากนั้นก๊าซจะไหลกลับไปยังคอมเพรสเซอร์เพื่อเริ่มวงจรใหม่

ฉะนั้น การเติมน้ำยาแอร์ จึงเป็นการเพิ่มปริมาณสารทำความเย็นให้กับเครื่องปรับอากาศ ในกรณีที่น้ำยามีจำนวนน้อยหรือหมด ก็จะส่งผลทำให้เครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน หรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ในบางครั้ง แอร์อาจจะเหมือนทำงานได้ดีแต่ก็จะไม่เย็นเหมือนเดิมอีกด้วย

ประเภทของน้ำยาแอร์ในปัจจุบัน

1. สารทำความเย็นชนิด R12

เป็นสารทำความเย็นชนิดแรกที่ได้ถูกผลิตขึ้นเมื่อปี 1970 ใช้ทั้งกับเครื่องปรับอากาศอย่างแอร์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำแข็ง และอุปกรณ์ทำความเย็นอีกหลายประเภท แต่ว่าน้ำยาแอร์ชนิด R12 ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ชั้นโอโซนถูกทำลาย และมีผลกระทบต่อก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย ทำให้สารทำความเย็นชนิดนี้ถูกสั่งเลิกผลิตไป

2. สารทำความเย็นชนิด R22

เป็นน้ำยาที่เคยใช้แพร่หลายในแอร์บ้าน แต่ยังส่งผลต่อชั้นโอโซนและมีค่าโลกร้อนสูง จึงทยอยเลิกใช้ทั่วโลก ในไทยยังมีแอร์รุ่นเก่าจำนวนมากที่ใช้น้ำยาชนิดนี้ ราคาค่าเติมมักถูกกว่าน้ำยารุ่นใหม่

3. สารทำความเย็นชนิด R32

เป็นน้ำยาที่ใช้ในแอร์รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เข้ามาแทน R410A ไม่ทำลายชั้นโอโซน มีค่าโลกร้อนต่ำกว่า R410A และใช้ปริมาณน้ำยาน้อยกว่าในระบบขนาดเท่ากัน ข้อควรระวังคือติดไฟได้เล็กน้อย (กลุ่ม A2L) จึงควรให้ช่างที่มีความชำนาญเป็นผู้เติมและซ่อม

4. สารทำความเย็นชนิด R410A

เข้ามาแทน R22 ไม่ทำลายชั้นโอโซนและไม่ติดไฟ ทำงานที่ความดันสูงกว่า R22 แต่ยังมีค่าโลกร้อน (GWP) ค่อนข้างสูง

ข้อควรรู้: น้ำยาแต่ละชนิดใช้แทนกันไม่ได้ ต้องเติมชนิดเดียวกับที่ระบุบนป้ายข้างเครื่อง

เติมน้ำยาแอร์ ราคาเท่าไหร่กันนะ

เติมน้ำยาแอร์ ราคาเท่าไหร่ คิดยังไง
เติมน้ำยาแอร์ ราคาเท่าไหร่ คิดยังไง

ราคาค่าบริการในการเติมสารทำความเย็น โดยทั่วไปแล้วหากเป็นการเติมสารทำความเย็นในภายหลัง มักจะคิดราคาในรูปแบบเป็น ราคาบาทต่อปอนด์ ซึ่งนี่คือรูปแบบหนึ่งของการคิดราคาค่าน้ำยาที่รวมค่าบริการแล้ว สำหรับอีกแบบหนึ่ง เป็นรูปแบบของการเหมาจ่าย ที่จะรวมค่าน้ำยาและค่าบริการแล้ว เช่น ครั้งละ 300 บาท เป็นต้น

โดยการคิดค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำยาแอร์ ราคาในรูปแบบราคาบาทต่อปอนด์ เป็นวิธีการที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะเป็นวิธีที่สะดวก และใช้เครื่องมือไม่มาก ทำให้ไม่ยุ่งยากหรือลำบากในการปฏิบัติงานในพื้นที่จำกัด ซึ่งการคิดราคาที่ใช้คำเรียกกันว่าราคาต่อปอนด์ คำเรียกดังกล่าวนั้น มาจากคำในหน่วยวัดปอนด์ต่อตารางนิ้วเกจ PSIG ซึ่งเป็นค่าแรงดันสารทำความเย็นที่อ่านได้ จากหน้าปัดของเกจแมนิโฟลด์ และเป็นค่าที่นำมาใช้คิดค่าบริการเติมสารทำความเย็นของแอร์

จริงอยู่ที่ค่าดังกล่าวเป็นค่าของแรงดัน ไม่ใช่ค่าของจำนวนปริมาตร เหมือนกับที่ใช้ในการชั่งตวงวัดปริมาณของวัตถุอื่นที่ซื้อขายกันทั่วไป แต่ค่าแรงดันนี้เอง ก็สามารถบอกถึงปริมาณสารทำความเย็นได้ เพราะถ้าสารทำความเย็นในระบบมีไม่เพียงพอ แรงดันที่วัดจากท่อทางดูด ขณะเครื่องทำงานก็จะขึ้นมาไม่ถึงค่ามาตรฐาน

อยากรู้เติมน้ำยาแอร์ ราคาเท่าไหร่ เช็คง่าย ๆ ได้ที่ bTaskee

ราคาค่าบริการในการเติมสารทำความเย็น
ราคาค่าบริการในการเติมสารทำความเย็น

บริการล้างแอร์ใกล้ฉันในแอปพลิเคชัน bTaskee ของเรา มีการคิดค่าบริการที่แน่นอนเอาไว้เรียบร้อยแล้วสำหรับแอร์ประเภทต่าง ๆ โดยสามารถแบ่งได้ตามนี้

ค่าบริการล้างแอร์บ้านแบบติดผนัง

  • แอร์ขนาด 9,000 – 18,000 BTU ราคา 660 บาท

  • แอร์ขนาด 18,001 – 26,000 BTU ราคา 770 บาท

  • แอร์ขนาด 26,001 – 36,000 BTU ราคา 850 บาท

  • แอร์ขนาด 36,001 – 48,000 BTU ราคา 950 บาท

ค่าบริการล้างแอร์บ้านแบบแขวน หรือตั้งพื้น

  • แอร์ขนาด 18,000 – 26,000 BTU ราคา 770 บาท

  • แอร์ขนาด 26,001 – 36,000 BTU ราคา 880 บาท

  • แอร์ขนาด 36,001 – 48,000 BTU ราคา 990 บาท

  • แอร์ขนาด 48,001 – 60,000 BTU ราคา 1,100 บาท

ค่าบริการล้างแอร์บ้านแบบ 4 ทิศทาง

  • แอร์ขนาด 9,000 – 26,000 BTU ราคา 1,300 บาท

  • แอร์ขนาด 26,001 – 44,000 BTU ราคา 1,400 บาท

  • แอร์ขนาด 44,001 – 60,000 BTU ราคา 1,500 บาท

ค่าบริการล้างแอร์บ้านแบบฝังเพดาน

  • แอร์ขนาด 9,000 – 20,000 BTU ราคา 1,500 บาท

  • แอร์ขนาด 20,001 – 28,000 BTU ราคา 1,600 บาท

  • แอร์ขนาด 28,001 – 36,000 BTU ราคา 1,700 บาท

  • แอร์ขนาด 36,001 – 60,000 BTU ราคา 1,800 บาท

โดยราคาล้างแอร์บ้านนั้น จะแตกต่างกันไปในแต่ละชนิดของเครื่องปรับอากาศ ส่วนราคาสำหรับเติมน้ำยาแอร์ จะเริ่มต้นที่ 30 ถึง 40 บาท ต่อปอนด์ ทั้งนี้ราคาจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อและประเภทที่เลือกใช้นั่นเอง

หากใช้บริการล้างทำความสะอาดแอร์ของ bTaskee เรามีบริการรับประกันการซ่อมบำรุงภายใน 7 วัน หลังการใช้บริการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สำหรับค่าบริการล้างแอร์ อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับสถานที่ ช่วงเวลาให้บริการ และวันหยุด สามารถตรวจสอบราคาที่แน่นอนได้ผ่านแอปพลิเคชัน bTaskee โดยตรง

การล้างแอร์ทุก ๆ 6 เดือน จะช่วยยืดอายุของการใช้งานแอร์ออกไป ทำให้แอร์สร้างความเย็นได้เร็ว และกรองอากาศที่สะอาดมากยิ่งขึ้น
การล้างแอร์ทุก ๆ 6 เดือน จะช่วยยืดอายุของการใช้งานแอร์ออกไป ทำให้แอร์สร้างความเย็นได้เร็ว และกรองอากาศที่สะอาดมากยิ่งขึ้น

หากใครต้องการใช้งานบริการล้างแอร์จากช่างผู้เชี่ยวชาญผ่านแอปพลิเคชัน bTaskee สามารถทำได้ด้วยตนเองได้ง่าย เพียง 4 ขั้นตอน ดังนี้

  1. กดเลือกบริการ “ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ”

  2. กรอกรายละเอียดการจองงาน (สถานที่, ประเภทของเครื่องปรับอากาศ, จำนวน เป็นต้น)

  3. เลือกวันและเวลาที่ต้องการใช้บริการ

  4. ยืนยันและชำระเงิน

ซึ่งในปัจจุบัน bTaskee ให้บริการล้างแอร์บ้านในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น และสำหรับการเติมน้ำยาแอร์ ผู้ให้บริการจะมีการประเมินหน้างานว่าต้องเติมน้ำยาหรือไม่ โดยลูกค้าสามารถชำระส่วนต่างค่าเติมน้ำยาแอร์กับผู้ให้บริการได้โดยตรง

และทางเราขอแนะนำว่า เครื่องปรับอากาศควรได้รับการดูแลทุก ๆ 6 เดือน นับจากการทำความสะอาดครั้งล่าสุด ทั้งนี้ความถี่ในการทำความสะอาด ขึ้นอยู่กับปัจจัยการใช้งาน และสถานที่การใช้งานอีกด้วย เช่น

  • การใช้งานในครอบครัว : ควรล้างแอร์ ทุก ๆ 3 ถึง 4 เดือน (หากคุณใช้งานเกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน) และทุก 6 เดือน (หากคุณใช้งานประมาณ 6 ถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน)

  • การใช้งานสถานที่ทำงานและโรงแรม : ควรล้างแอร์ ทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง

  • การใช้งานในอุตสาหกรรม : ควรล้างแอร์ ทุก ๆ 1 เดือน

สรุป

บริการล้างแอร์ทุก ๆ 6 เดือน จะช่วยยืดอายุของการใช้งานแอร์ออกไป ทำให้แอร์สร้างความเย็นได้เร็ว และกรองอากาศที่สะอาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยรักษาสุขอนามัยภายในบ้านอีกทางหนึ่ง ส่วนการเติมน้ำยาแอร์เอง ก็ควรทำหลังจากที่ใช้งานไปประมาณ 5 ปี เนื่องจากน้ำยาแอร์เหล่านี้ไม่ได้สลายหายไปได้ง่าย ๆ นอกจากมีการรั่วซึม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของช่างผู้เชี่ยวชาญ

และหากใครที่กังวลว่าจะหาช่างแอร์ที่ไว้ใจได้มาช่วยล้างแอร์ และแนะนำว่าควรเติมน้ำยาแอร์หรือไม่ บริษัททำความสะอาด bTaskee สามารถตอบโจทย์นั้นของคุณได้อย่างแน่นอน ด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการคัดสรรมาจากเรา รับประกันได้เลยว่าคุณจะหมดกังวลว่าจะถูกโกงถูกหลอก ทั้งยังจองช่างได้ง่าย และได้ใกล้ที่ ๆ คุณอยู่อีกด้วยนั่นเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ): เติมน้ำยาแอร์บ้าน

1. เติมน้ำยาแอร์ราคาเท่าไหร่?

ราคาเริ่มต้นประมาณ 30–40 บาทต่อปอนด์ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและประเภทของน้ำยา บางร้านคิดแบบเหมาจ่ายรวมค่าน้ำยาและค่าบริการ เช่น ครั้งละ 300 บาท

2. "ราคาต่อปอนด์" หมายถึงอะไร?

ช่างอ่านค่าแรงดันสารทำความเย็น (หน่วย PSIG) จากเกจแมนิโฟลด์ ถ้าน้ำยาในระบบไม่พอ แรงดันที่ท่อทางดูดขณะแอร์ทำงานจะต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ช่างจึงใช้ค่านี้ประเมินปริมาณน้ำยาที่ต้องเติมและคิดค่าบริการ

3. ทำไมต้องเติมน้ำยาแอร์?

น้ำยาแอร์คือสารทำความเย็นที่หมุนเวียนในระบบเพื่อดูดความร้อนออกจากห้อง ถ้าน้ำยาน้อยหรือหมด แอร์อาจไม่ทำงาน หรือทำงานแต่ไม่เย็นเหมือนเดิม

4. ควรเติมน้ำยาแอร์บ่อยแค่ไหน?

โดยทั่วไปควรเติมหลังใช้งานไปประมาณ 5 ปี เพราะน้ำยาไม่ได้สลายไปเอง นอกจากเกิดการรั่วซึม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของช่างผู้เชี่ยวชาญ

5. น้ำยาแอร์ R22, R410A และ R32 ต่างกันอย่างไร?

R22: ใช้ในแอร์บ้านรุ่นเก่าจำนวนมาก เป็นน้ำยาที่ทยอยเลิกใช้ทั่วโลก เพราะยังมีผลต่อชั้นโอโซนและมีค่าโลกร้อนสูง

R32: เป็นรุ่นที่ใช้ในแอร์ใหม่ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เข้ามาแทน R410A ไม่ทำลายชั้นโอโซน มีค่าโลกร้อนต่ำกว่า R410A และใช้ปริมาณน้ำยาน้อยกว่า แต่ติดไฟได้เล็กน้อย (จัดเป็นกลุ่ม A2L) จึงควรให้ช่างที่มีความชำนาญเป็นผู้เติมและซ่อม

R410A: เข้ามาแทน R22 ไม่ทำลายชั้นโอโซนและไม่ติดไฟ แต่มีค่าโลกร้อน (GWP) ค่อนข้างสูง

ส่วน R12 เป็นน้ำยารุ่นแรกที่ถูกสั่งเลิกผลิตแล้ว เพราะทำลายชั้นโอโซน

6. ค่าล้างแอร์กับค่าเติมน้ำยาคิดแยกกันหรือไม่?

คิดแยกกัน ค่าล้างแอร์ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาด BTU ของเครื่อง เช่น แอร์ติดผนัง 9,000–18,000 BTU ราคา 660 บาท ส่วนค่าเติมน้ำยาคิดตามปริมาณที่ใช้จริง

7. ใช้บริการเติมน้ำยากับ bTaskee ต้องจ่ายอย่างไร?

ช่างจะประเมินหน้างานก่อนว่าต้องเติมน้ำยาหรือไม่ ถ้าต้องเติม ลูกค้าชำระส่วนต่างค่าน้ำยากับผู้ให้บริการโดยตรง

8. ควรล้างแอร์บ่อยแค่ไหน?

บ้านที่ใช้แอร์เกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน: ทุก 3–4 เดือน

บ้านที่ใช้ประมาณ 6–8 ชั่วโมงต่อวัน: ทุก 6 เดือน

สำนักงานและโรงแรม: ทุก 3 เดือน

โรงงานอุตสาหกรรม: ทุก 1 เดือน

9. จองล้างแอร์กับ bTaskee ทำอย่างไร?

เลือกบริการ "ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ"

กรอกรายละเอียด (สถานที่ ประเภทแอร์ จำนวน)

เลือกวันและเวลา

ยืนยันและชำระเงิน

10. มีประกันหลังบริการหรือไม่ และให้บริการพื้นที่ไหน?

มีรับประกันซ่อมบำรุงภายใน 7 วันหลังใช้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันให้บริการเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

แหล่งอ้างอิง : Overview of refrigerants

แชร์บทความนี้!

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง