บ้านใครมีผู้สูงอายุเช็กด่วน 8 จุดเสี่ยงลื่นล้ม

หลายครอบครัวมีผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องอยู่บ้านตามลำพังระหว่างที่ลูกหลานออกไปทำงาน จึงอาจเกิดอุบัติเหตุได้โดยไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะการลื่นล้มในห้องน้ำ ห้องครัว หรือทางเดินที่มีสิ่งกีดขวาง ซึ่งอาจนำไปสู่การบาดเจ็บ กระดูกหัก และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว การดูแลบ้านให้สะอาด พื้นไม่ลื่น และเป็นระเบียบ จึงเป็นหนึ่งในวิธีช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้
บทความนี้จะพาไปเช็ก 8 จุดเสี่ยงลื่นล้มภายในบ้านที่ควรระวังสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมแนะนำวิธีขัดห้องน้ำให้สะอาด ลดคราบสะสม และช่วยให้พื้นที่เปียกปลอดภัยยิ่งขึ้น เพื่อให้พ่อแม่และผู้สูงอายุใช้ชีวิตภายในบ้านได้อย่างอุ่นใจ

เช็กด่วน 8 จุดเสี่ยงลื่นล้มในบ้าน
บางครั้งอันตรายอาจมาจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสังเกตมาก่อน จึงควรหมั่นตรวจสอบทั้งความสะอาด สภาพพื้น และสิ่งของที่วางอยู่ตามจุดต่าง ๆ นี่คือ 8 จุดที่ควรเช็กเพื่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุ
สรุป 8 จุดเสี่ยงลื่นล้มในบ้านผู้สูงอายุ
ห้องน้ำ
จุดเสี่ยง: พื้นห้องน้ำที่เปียกอยู่เสมอ คราบสบู่ คราบแชมพู และตะไคร่น้ำตามพื้นหรือมุมอับ อาจทำให้พื้นลื่นได้โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องก้าวเข้าออกจากพื้นที่อาบน้ำ
วิธีจัดการ: ขัดพื้นและยาแนวเป็นประจำ ล้างคราบผลิตภัณฑ์อาบน้ำออกให้หมด และรีดน้ำออกหลังใช้งาน หากพบตะไคร่น้ำหรือคราบฝังแน่น ควรทำความสะอาดให้เหมาะกับชนิดของพื้น และตรวจสอบว่าพื้นแห้งได้ดีหรือไม่
นอกจากการทำความสะอาดแล้ว ควรพิจารณาติดตั้งราวจับและเลือกใช้แผ่นกันลื่นที่เหมาะสมกับพื้นที่เปียกด้วย อ่านวิธีขัดห้องน้ำอย่างละเอียดได้ในหัวข้อถัดไป
ห้องครัว
จุดเสี่ยง: น้ำมันจากการทำอาหาร น้ำหก เศษอาหาร และคราบเหนียวบนพื้นอาจทำให้เกิดการลื่น โดยเฉพาะบริเวณหน้าเตา อ่างล้างจาน และตู้เย็น
วิธีจัดการ: เช็ดน้ำและเศษอาหารออกทันทีที่พบ หากมีคราบมันให้ใช้น้ำยาขจัดคราบไขมันที่เหมาะกับวัสดุปูพื้น ส่วนคราบสกปรกทั่วไปสามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นชนิดเป็นกลางได้ หลังทำความสะอาดควรล้างหรือเช็ดคราบน้ำยาออกตามคำแนะนำบนฉลาก และเช็ดพื้นให้แห้งสนิทก่อนใช้งาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการลื่นล้มของผู้สูงอายุ
พื้นทางเดินและห้องนั่งเล่น
จุดเสี่ยง: ฝุ่น คราบสกปรก พื้นที่มีความมันเงา และสิ่งของที่วางขวางทางเดินอาจเพิ่มโอกาสในการสะดุดหรือลื่นล้ม โดยเฉพาะเมื่อผู้สูงอายุเดินโดยไม่สวมรองเท้า
วิธีจัดการ: กวาดหรือดูดฝุ่นเป็นประจำ เช็ดพื้นด้วยวิธีที่เหมาะกับวัสดุ และจัดทางเดินให้โล่ง หากพื้นเปียกควรเช็ดให้แห้งทันที รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาที่ทิ้งฟิล์มลื่นบนพื้น
ผ้าเช็ดเท้าและพรม
จุดเสี่ยง: ผ้าเช็ดเท้าที่เลื่อนไปมา ขอบพรมที่ม้วนงอ หรือพรมที่หนาจนสะดุด อาจทำให้ผู้สูงอายุเสียหลักได้ แม้จะเป็นสิ่งของที่ดูเหมือนไม่มีอันตรายก็ตาม
วิธีจัดการ: เลือกใช้พรมขอบเรียบที่มีแผ่นรองกันลื่นและยึดติดกับพื้นได้ดี หมั่นซักพรมเพื่อกำจัดคราบสบู่และสิ่งสกปรก และหลีกเลี่ยงการวางพรมหลวม ๆ ในบริเวณที่ต้องเดินผ่านบ่อย
สายไฟและของวางกีดขวาง
จุดเสี่ยง: สายไฟที่พาดผ่านทางเดิน กล่อง รองเท้า หรือสิ่งของที่วางระเกะระกะ อาจทำให้สะดุด โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ยกเท้าได้ไม่สูงมากหรือมีปัญหาการทรงตัว
วิธีจัดการ: เก็บสิ่งของเข้าที่ จัดสายไฟให้ชิดผนังหรือใช้รางเก็บสายไฟที่เหมาะสม และเว้นพื้นที่ทางเดินให้กว้างเพียงพอ ไม่ควรวางของชั่วคราวไว้ในทางเดิน แม้จะตั้งใจเก็บในภายหลังก็ตาม
ห้องนอนและทางไปห้องน้ำตอนกลางคืน
จุดเสี่ยง: แสงสว่างไม่เพียงพอ พื้นที่ข้างเตียงมีของวางอยู่ และการลุกจากเตียงอย่างรวดเร็วอาจทำให้ผู้สูงอายุเวียนศีรษะหรือก้าวพลาดระหว่างเดินไปห้องน้ำ
วิธีจัดการ: จัดพื้นที่ข้างเตียงให้โล่ง เก็บรองเท้าและของใช้ให้เป็นระเบียบ พร้อมติดตั้งไฟกลางคืนตามแนวทางเดินไปห้องน้ำ หากผู้สูงอายุมีอาการเวียนศีรษะเมื่อเปลี่ยนท่า ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
บันไดและขั้นต่างระดับ
จุดเสี่ยง: ขั้นบันไดที่มีฝุ่น คราบลื่น ขอบขั้นชำรุด หรือบริเวณที่มีความต่างระดับโดยไม่มีเครื่องหมายเตือน อาจทำให้ผู้สูงอายุสะดุดหรือก้าวพลาดได้
วิธีจัดการ: ทำความสะอาดบันไดอย่างสม่ำเสมอ ไม่วางสิ่งของบนขั้นบันได และตรวจสอบความมั่นคงของราวจับ หากมีขั้นต่างระดับควรทำเครื่องหมายให้มองเห็นได้ชัดเจน และพิจารณาปรับปรุงบริเวณที่ไม่ปลอดภัย
หน้าบ้าน ระเบียง และตะไคร่น้ำ
จุดเสี่ยง: ฝนตก น้ำขัง ตะไคร่น้ำบนพื้นปูน และคราบสกปรกบริเวณทางเข้าบ้านอาจทำให้พื้นลื่น โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ในร่มเงาและแห้งช้า
วิธีจัดการ: กวาดเศษใบไม้และสิ่งสกปรก ตรวจสอบจุดที่มีน้ำขัง และทำความสะอาดตะไคร่น้ำด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับพื้นผิว จากนั้นล้างออกให้หมดและปล่อยให้แห้งก่อนให้ผู้สูงอายุเดินผ่าน ควรหลีกเลี่ยงการฉีดน้ำแรงดันสูงโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้พื้นเปียกกระจายและเกิดอันตรายระหว่างทำความสะอาด
วิธีขัดห้องน้ำให้สะอาดและปลอดภัย ไม่ให้ลื่น
ห้องน้ำเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งน้ำ ความชื้น และคราบจากผลิตภัณฑ์อาบน้ำสะสมอยู่เป็นประจำ การรู้วิธีขัดห้องน้ำอย่างถูกต้องจึงช่วยให้ทำความสะอาดได้ทั่วถึง ลดคราบที่อาจทำให้พื้นลื่น และช่วยให้ห้องน้ำพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น
เตรียมอุปกรณ์และความปลอดภัย
ก่อนเริ่มทำความสะอาด ควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อไม่ต้องเดินไปหยิบของระหว่างที่พื้นเปียก ได้แก่
ถุงมือยางสำหรับทำความสะอาด
แปรงขัดพื้นและแปรงขนาดเล็กสำหรับร่องยาแนว
ฟองน้ำหรือผ้าไมโครไฟเบอร์
น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะกับพื้นผิว
ไม้รีดน้ำและผ้าแห้ง
รองเท้าที่กันลื่นได้ดีสำหรับผู้ทำความสะอาด
เปิดประตูหรือหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ และอ่านฉลากน้ำยาทำความสะอาดก่อนใช้ทุกครั้ง โดยเฉพาะคำแนะนำเรื่องระยะเวลาสัมผัสพื้นผิวและการล้างออก
ข้อควรระวังสำคัญ: ห้ามผสมน้ำยาทำความสะอาดต่างชนิดเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่มีฤทธิ์เป็นกรด หรือผลิตภัณฑ์ที่มีแอมโมเนีย เพราะอาจเกิดก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ หากเผลอผสมจนเกิดกลิ่นฉุนหรือระคายเคือง ให้รีบออกจากบริเวณนั้นไปยังที่อากาศถ่ายเท และขอความช่วยเหลือหากมีอาการผิดปกติ

ขั้นตอนทำความสะอาด
ขั้นตอนที่ 1: เก็บของออกจากพื้นที่
นำขวดแชมพู สบู่ ถังน้ำ และสิ่งของที่วางบนพื้นออกก่อน เพื่อให้ทำความสะอาดได้ทั่วถึงและลดสิ่งกีดขวางระหว่างทำงาน
ขั้นตอนที่ 2: ทำความสะอาดจากบนลงล่าง
เริ่มจากชั้นวางของ ผนัง และบริเวณที่มีคราบน้ำ จากนั้นจึงทำความสะอาดอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และพื้น วิธีนี้ช่วยไม่ให้สิ่งสกปรกจากด้านบนตกลงมาเปื้อนพื้นที่ที่ทำความสะอาดไปแล้ว
ขั้นตอนที่ 3: ใช้น้ำยาตามคำแนะนำ
เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับชนิดของคราบและวัสดุพื้นผิว หากฉลากระบุให้ทิ้งน้ำยาไว้สักระยะ ควรทำตามเวลาที่กำหนด ไม่ควรเพิ่มความเข้มข้นหรือผสมน้ำยาเองเพื่อเร่งผลลัพธ์
ขั้นตอนที่ 4: ขัดคราบอย่างทั่วถึง
ใช้แปรงขัดบริเวณที่มีคราบสบู่ คราบสกปรก และคราบสะสม โดยเน้นพื้นที่ที่มีความชื้นสูง แต่ไม่ควรใช้แปรงแข็งหรือวัสดุขัดหยาบกับพื้นผิวที่เป็นรอยง่าย
ขั้นตอนที่ 5: ล้างน้ำยาออกให้หมด
ล้างพื้นและบริเวณที่ใช้น้ำยาอย่างทั่วถึงตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ อย่าปล่อยให้มีคราบน้ำยาตกค้าง เพราะอาจทำให้พื้นผิวเหนียว ลื่น หรือระคายเคืองเมื่อสัมผัส
ขั้นตอนที่ 6: รีดน้ำและเช็ดให้แห้ง
ใช้ไม้รีดน้ำไล่น้ำไปทางท่อระบายน้ำ แล้วเช็ดบริเวณที่ยังเปียกให้แห้ง เปิดให้อากาศถ่ายเท และงดใช้พื้นที่จนกว่าจะปลอดภัย การปล่อยพื้นให้แห้งยังช่วยลดความชื้นสะสมที่เอื้อต่อการเกิดคราบและตะไคร่น้ำ
จุดที่ต้องเน้น
การขัดห้องน้ำให้สะอาดไม่ควรทำเฉพาะพื้นที่ที่มองเห็นได้ชัด เพราะจุดเล็ก ๆ ที่มีความชื้นสะสมอาจกลายเป็นแหล่งสะสมคราบได้เช่นกัน
ร่องยาแนว: ใช้แปรงขนาดเล็กขัดคราบอย่างระมัดระวัง เลือกน้ำยาที่เหมาะกับยาแนวชนิดนั้น
มุมพื้นและขอบผนัง: ตรวจสอบคราบสะสมบริเวณที่น้ำไหลผ่านไม่สะดวก
ท่อระบายน้ำ: เก็บเส้นผมและเศษสิ่งสกปรกออกอย่างปลอดภัย เพื่อไม่ให้น้ำระบายช้าจนเกิดน้ำขัง
บริเวณอาบน้ำ: เน้นกำจัดคราบสบู่และแชมพูที่ตกค้างบนพื้น
ใต้ชั้นวางและรอบสุขภัณฑ์: ตรวจสอบจุดอับที่มักถูกละเลยระหว่างการทำความสะอาดทั่วไป
หากพบว่าพื้นมีตะไคร่น้ำเกาะหนาแน่น คราบฝังลึก หรือผิวพื้นเริ่มชำรุด ควรตรวจสอบสาเหตุและเลือกวิธีจัดการที่เหมาะสม แทนการใช้สารเคมีเข้มข้นหรือการขัดอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบชนิดวัสดุ
ข้อควรระวังกับวัสดุพื้นแต่ละแบบ
พื้นห้องน้ำแต่ละชนิดต้องการวิธีดูแลที่แตกต่างกัน การเลือกน้ำยาและอุปกรณ์ผิดประเภทอาจทำให้พื้นผิวเสียหาย หรือทำให้เกิดความลื่นจากสารตกค้างได้
กระเบื้องเซรามิกหรือพอร์ซเลน: ใช้น้ำยาที่เหมาะกับกระเบื้องและล้างออกให้หมด ระวังพื้นผิวที่เคลือบมันซึ่งอาจลื่นเมื่อเปียก
หินธรรมชาติ เช่น หินอ่อน: หลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด เพราะอาจกัดกร่อนหรือทำให้ผิวหินเสียหาย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าใช้กับหินธรรมชาติได้
พื้นกระเบื้องกันลื่น: แม้พื้นจะมีผิวสัมผัสช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน แต่คราบสบู่และสิ่งสกปรกก็ยังสะสมได้ จึงต้องทำความสะอาดสม่ำเสมอ
พื้นไวนิลหรือวัสดุสังเคราะห์: ตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิต หลีกเลี่ยงสารเคมีหรือวิธีขัดที่อาจทำลายผิวเคลือบ
หากไม่แน่ใจว่าพื้นห้องน้ำเป็นวัสดุชนิดใด ควรทดสอบผลิตภัณฑ์ในพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่สะดุดตาก่อน หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุและการทำความสะอาด

นิสัยสั้น ๆ หลังอาบน้ำทุกครั้ง
ไม่จำเป็นต้องรอให้คราบสะสมจนทำความสะอาดยาก การดูแลห้องน้ำเล็กน้อยหลังใช้งานช่วยลดความชื้นและทำให้การทำความสะอาดครั้งต่อไปง่ายขึ้น
ใช้ไม้รีดน้ำไล่น้ำออกจากพื้นบริเวณอาบน้ำ
เก็บขวดสบู่และแชมพูให้เป็นระเบียบ ไม่วางเกะกะบนพื้น
ซักผ้าเช็ดเท้าเป็นประจำและตากให้แห้งสนิท
เปิดระบายอากาศเพื่อลดความชื้น
ตรวจสอบจุดที่น้ำขังหรือระบายช้าหลังอาบน้ำ
ที่สำคัญ ควรเตือนผู้สูงอายุไม่ให้รีบเดินบนพื้นเปียก และจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ในตำแหน่งที่หยิบใช้ได้สะดวกโดยไม่ต้องก้มเอื้อมมากเกินไป
นอกจากทำความสะอาดแล้ว ควรปรับอะไรในบ้านอีกบ้าง
แม้จะทำความสะอาดบ้านเป็นประจำแล้ว แต่หากสภาพแวดล้อมยังไม่เหมาะสม ผู้สูงอายุก็อาจมีความเสี่ยงต่อการลื่นล้มได้ จึงควรพิจารณาปรับบ้านควบคู่กันไป
ติดตั้งราวจับ: โดยเฉพาะบริเวณห้องน้ำและบันได ควรยึดติดอย่างมั่นคงกับโครงสร้างที่เหมาะสม
เลือกพื้นกันลื่น: พิจารณาวัสดุหรือแผ่นกันลื่นที่เหมาะกับพื้นที่ และตรวจสอบไม่ให้ขอบยกตัวจนสะดุด
จัดเตรียมเก้าอี้อาบน้ำ: เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ยืนอาบน้ำเป็นเวลานานแล้วเหนื่อยหรือทรงตัวไม่มั่นคง
เพิ่มไฟส่องทางตอนกลางคืน: ช่วยให้มองเห็นทางเดินจากห้องนอนไปห้องน้ำได้ชัดเจน
ตรวจสอบสภาพบ้านเป็นประจำ: ซ่อมพื้นชำรุด ราวจับหลวม และบริเวณที่มีน้ำรั่วซึม
หากต้องติดตั้งอุปกรณ์หรือปรับปรุงโครงสร้างบ้าน ควรปรึกษาช่างหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับสภาพแวดล้อมสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมั่นคงและเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละคน

แล้วงานแบบไหนทำเองได้หรือต้องให้มืออาชีพช่วย?
งานที่ทำเองได้
งานดูแลทั่วไป เช่น เช็ดน้ำบนพื้น เก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ ซักผ้าเช็ดเท้า กวาดพื้น และทำความสะอาดคราบที่เพิ่งเกิดขึ้น สามารถทำเป็นกิจวัตรได้ โดยควรเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมและระวังไม่ให้พื้นเปียกระหว่างทำงาน
หากผู้สูงอายุยังทำงานบ้านได้ ควรเลือกงานที่ไม่ต้องปีนป่าย ยกของหนัก หรือก้มตัวเป็นเวลานาน และไม่ควรให้ผู้สูงอายุขัดพื้นเปียกหรือขึ้นบันไดเพื่อทำความสะอาดในจุดที่เสี่ยงต่อการเสียหลัก
งานที่ควรให้มืออาชีพ
สำหรับบ้านที่มีคราบสะสมมานาน มีตะไคร่น้ำฝังแน่น หรือมีหลายพื้นที่ที่ต้องใช้บริการ Big Cleaning การให้ผู้มีประสบการณ์ช่วยดูแลอาจทำให้จัดการงานได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของบ้านหรือสมาชิกในครอบครัวมีเวลาจำกัด
อย่างไรก็ตาม ควรแจ้งผู้ให้บริการล่วงหน้าว่าบ้านมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ และให้ความสำคัญกับการล้างน้ำยาออกให้หมด การเช็ดพื้นให้แห้ง และการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับวัสดุ เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มเติมหลังทำความสะอาด
ลูกอยู่ไกล จองให้พ่อแม่ได้
สำหรับคนที่ทำงานต่างจังหวัดหรือไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ การหาเวลากลับไปทำความสะอาดบ้านอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การดูแลสภาพแวดล้อมให้สะอาดและปลอดภัยเป็นเรื่องที่วางแผนล่วงหน้าได้
หากต้องการแบ่งเบาภาระงานบ้าน สามารถพิจารณาจองบริการทำความสะอาดจาก bTaskee เพื่อช่วยดูแลพื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้าน นอกจากนี้ยังมีบริการดูแลผู้สูงอายุจากผู้ดูแลมืออาชีพที่มีประสบการณ์และมีใบรับรอง เพื่อช่วยมอบความปลอดภัยให้กับผู้สูงอายุ และความสบายใจกับลูกหลานได้มากขึ้น
ทำไมผู้สูงอายุลื่นล้มในบ้านถึงเป็นเรื่องใหญ่
เมื่ออายุมากขึ้น การทรงตัว การมองเห็น และความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออาจลดลง ทำให้ผู้สูงอายุรับมือกับพื้นลื่น สิ่งกีดขวาง หรือการเปลี่ยนระดับของพื้นได้ยากกว่าคนวัยหนุ่มสาว แม้จะเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยในบ้านก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คิด
ตัวเลขความเสี่ยงของผู้สูงอายุ
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การหกล้มเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุโดยไม่ได้ตั้งใจอันดับ 2 ของโลก มีผู้เสียชีวิตประมาณ 684,000 คนต่อปี และผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปีเป็นกลุ่มที่เสียชีวิตจากการหกล้มมากที่สุด
สำหรับผู้สูงอายุ ข้อมูลของ WHO ที่เผยแพร่ในประเทศไทยผ่านไทยโพสต์ ระบุว่า ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปมีแนวโน้มหกล้มประมาณ 28-35% ต่อปี และเพิ่มเป็น 32-42% เมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป ส่วนผู้ที่หกล้มจนกระดูกหัก 1 ใน 5 ไม่สามารถกลับมาเดินได้อีก
ล้มครั้งเดียวไม่ใช่เรื่องเล็ก
การหกล้มอาจทำให้เกิดแผลฟกช้ำ กล้ามเนื้อบาดเจ็บ กระดูกหัก หรือการบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งอาจรุนแรงขึ้นในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะกระดูกเปราะบาง
นอกจากนี้ ความกลัวว่าจะหกล้มซ้ำยังอาจทำให้ผู้สูงอายุไม่กล้าเดินหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้เคลื่อนไหวน้อยลง กล้ามเนื้ออ่อนแรง และสูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้
ความสะอาดช่วยได้แค่ไหน
การทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอช่วยลดคราบมัน ฝุ่น น้ำขัง และสิ่งกีดขวางที่อาจทำให้สะดุดหรือลื่นล้มได้ แต่ความสะอาดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุได้ทั้งหมด
บ้านที่มีผู้สูงอายุควรพิจารณาปรับสภาพแวดล้อมเพิ่มเติม เช่น ติดตั้งราวจับ ใช้พื้นหรือแผ่นกันลื่นที่เหมาะสม จัดแสงสว่างให้เพียงพอ และตรวจสอบความมั่นคงของบันไดควบคู่กันไป
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
1. จุดไหนในบ้านที่ผู้สูงอายุเสี่ยงลื่นล้มมากที่สุด?
ห้องน้ำคือจุดเสี่ยงลื่นล้มมากที่สุดในบ้านผู้สูงอายุ เพราะพื้นเปียกง่ายและมีคราบสบู่ ตะไคร่น้ำสะสม รองลงมาที่ควรระวังคือห้องครัว บันได พรม และทางเดินที่มีสิ่งกีดขวาง
2. วิธีขัดห้องน้ำให้สะอาดและไม่ลื่นควรทำอย่างไร?
ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะกับพื้นผิว ขัดคราบสบู่และสิ่งสกปรกให้ทั่ว ล้างน้ำยาออกให้หมด แล้วรีดน้ำและเช็ดพื้นให้แห้งก่อนใช้งาน
3. ควรทำความสะอาดห้องน้ำบ่อยแค่ไหน?
ควรรีดน้ำและเช็ดพื้นให้แห้งหลังใช้งานทุกครั้ง และขัดทำความสะอาดทั้งห้องอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หากมีผู้ใช้หลายคนหรือคราบสบู่สะสมเร็ว ควรทำถี่ขึ้น
4. น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำชนิดใดเหมาะกับพื้นแต่ละประเภท?
ควรเลือกน้ำยาตามชนิดวัสดุและคำแนะนำของผู้ผลิต เช่น พื้นหินธรรมชาติควรหลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด และไม่ควรผสมน้ำยาต่างชนิดเข้าด้วยกัน
5. นอกจากทำความสะอาด ควรป้องกันผู้สูงอายุลื่นล้มอย่างไร?
ควรติดตั้งราวจับ จัดแสงสว่างให้เพียงพอ เก็บสิ่งของให้พ้นทางเดิน และเลือกใช้พื้นหรือแผ่นกันลื่นที่เหมาะสมกับพื้นที่
6. หากไม่มีเวลาทำความสะอาดบ้านให้พ่อแม่ สามารถจองบริการได้หรือไม่?
สามารถพิจารณาจองบริการทำความสะอาดจาก bTaskee เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้าน โดยควรแจ้งรายละเอียดพื้นที่และข้อควรระวังสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุให้ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้า
แหล่งอ้างอิง: Falls จาก World Health Organization (WHO)
หกล้มในผู้สูงอายุ ป้องกันได้เริ่มที่ตัวเอง จากไทยโพสต์

แชร์บทความนี้!