6 วิธีแก้ปัญหากลิ่นที่นอนเหม็นอับ ทำได้ด้วยตัวเอง

btaskee
ผู้เขียนbtaskee
วันที่อัปเดต
6 วิธีแก้ปัญหากลิ่นที่นอนเหม็นอับ ทำได้ง่าย ใครๆก็ทำได้

เคยมั้ย? จะนอนที่ไรก็มีกลิ่นเหม็นอับชื้นจากที่นอนมากวนใจอยู่เรื่อยๆ ส่งผลให้บรรยากาศการนอนของคุณนั้นไม่น่าพักผ่อน ทำให้การทำความสะอาดและรักษาบรรยากาศภายในห้องนอนจึงเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่เป็นประจำ วันนี้ bTaskee จะมาแชร์เคล็ดลับดับกลิ่นที่นอนอย่างง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุด สามารถทำด้วยได้ตัวเองที่บ้าน

1. เปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นประจำ

เนื่องจากเรานอนบนเตียงทุกวัน ทำให้มีเหงื่อและกลิ่นตัวจากเราติดเตียงอยู่บ้าง วิธีการที่ง่ายและควรทำเป็นประจำคือการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่อยู่เสมอ หรือทำความสะอาดเครื่องนอนทุกสัปดาห์ โดยคุณสามารถซักด้วยเครื่องหรือซักด้วยมือก็ได้ การหมั่นทำความสะอาดผ้าปูที่นอนเป็นประจำ นอกจากจะช่วยป้องกันกลิ่นอับชื้นแล้ว ยังช่วยขจัดไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียที่ส่งผลต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย

2.ใช้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน

บางครั้งกลิ่นอับชื้นก็สามารถมาจากบรรยากาศภายในห้อง ซึ่งมีอากาศถ่ายเทไม่มากพอหรือมีสภาพอากาศที่ชื้น แนะนำให้เปิดหน้าต่างและประตูห้องเพื่อให้มีอากาศถ่ายเท แต่หากห้องของคุณนั้นไม่ค่อยมีอากาศถ่ายเทมากนัก แนะนำให้ซื้อเครื่องฟอกอากาศมาไว้ภายในห้องนอนเพื่อลดความชื้น ซึ่งสามารถลดได้มากถึง 30-50% แถมยังเพิ่มบรรยากาศภายในห้องนอนให้สดชื่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดไรฝุ่นอีกด้วย ใครที่เป็นภูมิแพ้บ่อย ๆ ก็ควรมีติดบ้านไว้

3. ใช้น้ำมันหอมระเหย

สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับเครื่องหอม คุณสามารถพรมหรือฉีดน้ำมันหอมระเหยบนผ้าปูที่นอนของคุณได้ กลิ่นหอมๆของน้ำมันหอมระเหยจะช่วยเพิ่มความหอมให้ที่นอนของคุณและสร้างบรรยากาศการนอนภายในห้อง โดยกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจะเข้าไปช่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ทั้งยังสามารถฉีดได้ทุกวันโดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ใครที่หลับยากหรือมีเป็นการเรื่องการนอนหลับ แนะนำให้ใช้กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นมะลิ หรือกลิ่นคาโมมายด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนอนของคุณให้ดียิ่งขึ้น แต่ให้เริ่มฉีดเพียงเล็กน้อยก่อน เพราะหากฉีดเยอะเกินไปจะทำให้รู้สึกฉุดได้

4. ใช้เบกกิ้งโซดา

เบกกิ้งโซดาเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์คู่บ้านคู่เรือน เพราะสามารถนำไปใช้กับงานบ้านได้หลายอย่าง แม้แต่การขจัดกลิ่นอับบนที่นอน สามารถทำได้ง่ายๆเพียงดึงผ้าปูและผ้ารองเตียงออก แล้วโรยเบกกิ้งโซดาให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที - 1 ชั่วโมง หรือรอให้กลิ่นอับหายไป จากนั้นจึงเก็บเบกกิ้งโซดาที่โรยไว้ หากคุณต้องการเพิ่มความหอมให้กับที่นอนของคุณพร้อมกับขจัดคราบสกปรก สามารถนำเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่คุณชอบ แล้วโรยลงบนที่นอน จากนั้นใช้แปรงขัดถูอย่างเบามือและเน้นตรงบริเวณที่มีกลิ่นหรือคราบสกปรก ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดเบกกิ้งโซดาออกให้หมด

5. ตากแดดและผึ่งลม

ใครไม่มีอุปกรณ์ที่กล่าวไปก่อนหน้านี้หรือไม่สะดวกเปลี่ยนผ้าปูบ่อยๆ สามารถกำจัดกลิ่นอับได้ง่ายๆ เพียงนำที่นอนไปตากแดด แสงแดดจะเข้าไปช่วยไล่ความชื้นออกจากที่นอนออก ทำให้กลิ่นอับและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ต่างๆค่อยๆหายไป นอกจากนี้แสงแดดยังช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและกำจัดไรฝุ่น แนะนำให้นำไปตากแดดจัดและมีอากาศถ่ายเท จะช่วยลดความชื้นและกลิ่นเหงื่อที่สะสมอยู่ในที่นอนได้มากยิ่งขึ้น

6. ใช้บริการทำความสะอาดที่นอน bTaskee

หากไม่สะดวกทำความสะอาดผ้าปูที่นอนเอง สามารถเรียกใช้บริการซักที่นอนกับ bTaskee ได้เลย เพราะเราสามารถขจัดกลิ่นและขจัดคราบต่างๆได้ตามที่คุณต้องการ โดยเราได้รวบรวมพาร์ทเนอร์ที่มีความเชียวชาญด้านการทำความสะอาดที่นอน โซฟา ผ้าม่าน หรือพรมมาไว้ให้คุณในแอปเดียว รับรองได้เลยว่าหากใช้บริการของเราทำความสะอาดที่นอนของคุณ คุณจะต้องหลับสบายอย่างแน่นอน!

กลิ่นที่นอนเหม็นอับเกิดจากอะไร

เมื่อรู้วิธีการดับกลิ่นอับไปแล้ว เรามาดูกันว่ากลิ่นเหม็นอับของที่นอนเกิดจากอะไรได้บ้าง โดยสาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้

1. เหงื่อและความชื้นจากร่างกาย

ระหว่างนอนหลับ ร่างกายปล่อยเหงื่อและความชื้นออกมาทุกคืน ซึ่งซึมลงในที่นอนโดยที่เรามองไม่เห็น ถ้าไม่ได้ผึ่งให้แห้ง ความชื้นจะสะสมจนเกิดกลิ่นอับ

2. อากาศชื้นและห้องอับลม

ห้องที่ไม่ค่อยเปิดหน้าต่าง ไม่ถูกแดด หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ทำให้ที่นอนระบายความชื้นได้ช้า และเกิดกลิ่นอับได้ง่าย

3. เชื้อราและแบคทีเรีย

เมื่อที่นอนชื้นต่อเนื่อง เชื้อราจะเริ่มขึ้นในเนื้อที่นอน บางครั้งเห็นเป็นจุดดำหรือจุดเขียวจาง ๆ พร้อมกลิ่นอับที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

4. เซลล์ผิวและไรฝุ่น

ผิวหนังของเราผลัดเซลล์ตายทุกวัน และตกลงบนที่นอน เป็นอาหารของไรฝุ่น ยิ่งสะสมนานยิ่งเกิดกลิ่นสาบ

5. คราบน้ำหรืออาหารที่หกใส่

น้ำ เครื่องดื่ม ฉี่เด็กหรือสัตว์เลี้ยง ที่ซึมลงเนื้อที่นอนแล้วไม่ได้ทำความสะอาดให้ทั่วถึง จะกลายเป็นแหล่งกลิ่นและแหล่งเพาะเชื้อ

6. ไม่ได้ซักผ้าปูที่นอนและไม่ได้ทำความสะอาดที่นอนนานเกินไป

ผ้าปูที่นอนที่ใช้นานหลายสัปดาห์ และที่นอนที่ไม่เคยได้รับการดูแลจะสะสมเหงื่อ ไขมัน และสิ่งสกปรกมากขึ้นทุกวัน กลายเป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ

ที่นอนเหม็นอับ อันตรายต่อสุขภาพไหม

ถึงแม้ว่ากลิ่นอับเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้อันตรายโดยตรงต่อร่างกาย แต่ก็เป็นสัญญาณว่าที่นอนมีความชื้นและสิ่งสกปรกสะสม ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะในคนที่เป็นภูมิแพ้หรือโรคทางเดินหายใจ หากปล่อยไว้นานอาจเกิดปัญหาได้ดังนี้

ผลที่อาจเกิดขึ้น

  • อาการภูมิแพ้: ไรฝุ่นและเชื้อราเป็นสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้ที่พบบ่อย ทำให้จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก ตาแดงคัน โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน

  • ระคายเคืองทางเดินหายใจ: ผู้ป่วยโรคหอบหืดอาจมีอาการไอ แน่นหน้าอก หรือหายใจมีเสียงวี้ดมากขึ้น

  • ผิวหนังระคายเคือง: ผู้ที่ผิวบอบบางหรือเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อาจคันหรือมีผื่นเห่อขึ้น

  • นอนไม่หลับสนิท: กลิ่นที่ไม่น่าพอใจทำให้หลับยาก หรือตื่นกลางดึกได้ง่าย

กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ

  • ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด

  • เด็กเล็กและผู้สูงอายุ

  • ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ

ที่นอนเหม็นอับ ใช้บริการซักที่นอนดีไหม

หากลองทำตามวิธีข้างต้นเองแล้วยังไม่หาย หรือที่นอนมีคราบฝังลึก การใช้บริการซักที่นอนโดยผู้เชี่ยวชาญก็เป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่า เพราะทำความสะอาดได้ลึกกว่าวิธีที่ทำเองที่บ้าน

ทำไมบริการมืออาชีพถึงได้ผลกว่า

  • ใช้น้ำยาที่เหมาะกับวัสดุ ลดความเสี่ยงที่ที่นอนจะเสียหายหรือเปียกชุ่มเกินไป

  • ประหยัดเวลาและแรง โดยเฉพาะที่นอนขนาดใหญ่ ซึ่งยกและพลิกได้ยาก

  • ลดไรฝุ่นและเชื้อโรคสะสม เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือคนเป็นภูมิแพ้

เมื่อไหร่ควรใช้บริการ

  • ที่นอนมีกลิ่นอับแรง และไม่หายหลังทำความสะอาดเองหลายครั้ง

  • มีคราบฉี่ คราบเหงื่อ หรือคราบอาหารที่ฝังลึก

  • มีจุดเชื้อราปรากฏบนที่นอน

  • มีผู้ป่วยภูมิแพ้หรือหอบหืดในบ้าน

  • ไม่ได้ทำความสะอาดที่นอนมานานกว่า 6 เดือนถึง 1 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ที่นอนเหม็นอับ ทำยังไงดี

เริ่มจากเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและซักทุกสัปดาห์ จากนั้นนำที่นอนไปตากแดดจัดในที่ลมถ่ายเท เพื่อไล่ความชื้นออกจากเนื้อที่นอน หรือใช้เบกกิ้งโซดาโรยทิ้งไว้แล้วดูดออก ถ้าทำเองแล้วกลิ่นยังไม่หาย แนะนำให้ใช้บริการซักที่นอน

ที่นอนเหม็นอับเกิดจากอะไร

เกิดจากความชื้นและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในเนื้อที่นอนเป็นเวลานาน เช่น เหงื่อ เซลล์ผิว ไรฝุ่น และคราบน้ำหรือฉี่ที่ซึมลงไป รวมถึงห้องที่อากาศไม่ถ่ายเทหรือมีความชื้นสูง เมื่อความชื้นสะสม แบคทีเรียและเชื้อราจะเจริญเติบโตและทำให้เกิดกลิ่นอับ

ใช้เบกกิ้งโซดาดับกลิ่นที่นอนอย่างไร

ถอดผ้าปูและผ้ารองเตียงออก แล้วโรยเบกกิ้งโซดาให้ทั่วที่นอน ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หรือรอจนกลิ่นอับหายไป จากนั้นเก็บเบกกิ้งโซดาออก ถ้าต้องการให้มีกลิ่นหอม ให้ผสมกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ โรยลงบนที่นอน ใช้แปรงขัดเบา ๆ ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกให้หมด

ที่นอนเหม็นอับ อันตรายต่อสุขภาพไหม

กลิ่นอับเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้อันตรายโดยตรง แต่เป็นสัญญาณว่าที่นอนมีความชื้นและสิ่งสกปรกสะสม ซึ่งอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ ทำให้จาม คัดจมูก ระคายเคืองทางเดินหายใจ หรือเป็นผื่นคันได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยภูมิแพ้ โรคหอบหืด เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ

ควรเปลี่ยนผ้าปูที่นอนบ่อยแค่ไหน

ควรเปลี่ยนและซักผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์ จะซักด้วยเครื่องหรือด้วยมือก็ได้ การซักเป็นประจำช่วยป้องกันกลิ่นอับชื้น และช่วยขจัดไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียที่ส่งผลต่อสุขภาพ

ที่นอนเหม็นอับแบบไหน ควรใช้บริการซักที่นอน

ควรใช้บริการเมื่อทำความสะอาดเองหลายครั้งแล้วกลิ่นอับยังไม่หาย มีคราบฉี่ คราบเหงื่อ หรือคราบอาหารที่ฝังลึก มีจุดเชื้อราบนที่นอน มีผู้ป่วยภูมิแพ้หรือหอบหืดในบ้าน หรือไม่ได้ทำความสะอาดที่นอนมานานกว่า 6 เดือนถึง 1 ปี

ใช้บริการซักที่นอนคุ้มไหม

คุ้มเมื่อดับกลิ่นเองแล้วไม่หาย หรือที่นอนมีคราบฝังลึก เพราะผู้เชี่ยวชาญใช้น้ำยาที่เหมาะกับวัสดุ ลดความเสี่ยงที่ที่นอนจะเสียหายหรือเปียกชุ่มเกินไป ประหยัดเวลาและแรง โดยเฉพาะที่นอนขนาดใหญ่ และช่วยลดไรฝุ่นและเชื้อโรคสะสม เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือคนเป็นภูมิแพ้ สนใจดูรายละเอียดได้ที่บริการทำความสะอาดที่นอน bTaskee

แหล่งที่มา: Why Do Memory Foam Mattresses Smell?

ดาวน์โหลดแอปฯ bTaskee

แชร์บทความนี้!

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง